2009/Feb/11

http://yodartstu.multiply.com/

:)

2008/Jan/02

"เคยคิดถึงเพื่อนบ้างหรือเปล่า"?


********************************************************************

ลมหนาวโชยเข้ากรุงฯ ทีไร เราก็จะนึกถึงเพื่อนคนนี้ทุกครั้งไป

เมื่อปีก่อน เราได้มีโอกาสได้เป็น "เพื่อน" กับสองคนนี้
เค้าเหล่านั้นอยู่ไม่ไกล้ไม่ไกลจากชายขอบประเทศไทย
ลมหนาวที่ปะทะหน้าเรา ทำให้เราอยากไปเยี่ยมเค้าอีกครั้ง

"วังเวียง" คือเพื่อนใหม่คนแรกเอี่ยมที่เคยไปเยี่ยมเยือนเมื่อครั้งก่อน
สิ่งที่เพื่อนคนนั้นมอบให้เมื่อครั้งก่อนคือแสงแดดอุ่นๆยามพลบค่ำ
ลมหนาวเย็นๆ สายน้ำใสๆ และกระท่อมน้อยริมลำน้ำ
คือสิ่งที่เพื่อนคนนี้มอบให้ระหว่าง 13 ชั่วโมงที่ไปเยี่ยมเยือน

"หลวงพระบาง" คือเพื่อนอีกคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
จากชายขอบแผ่นดินไทยเมื่อสองครั้งก่อน หลวงพระบาง
เคยฝากความจริงใจด้วยไออุ่นของแดดยามอัสดง
สายน้ำ ขุนเขา และไอหนาว บ้านเล็กๆ วัดน้อยๆเต็มเมือง
ทำให้อดคิดถึงไม่ได้ยามลมหนาวพัดมา

9 วันคือจำนวนวันที่เราวางแผนไว้ว่า
จะใช้เพื่อเดินทางไปพบเพื่อนสองคนนั้น....

วันนี้ เราเก็บเป้ใบใหญ่สะพายขึ้นบ่าจับรถไปดอนเมืองกับน้องชาย
เพื่อบินลัดฟ้าไปอุดรธานี

********************************************************************





เครื่องนกแอร์สภาพดี ไม่ดีเลย์ ไม่มีปัญหา ราคา 1,700 กว่าๆ
บินดอนเมืองรวดเดียวถึงอุดร ออก 7 โมง ถึงอุดร 8 โมง

กินข้าวในเมืองอุดรกับเพื่อนที่อยู่ที่นั่นแล้วก็ไปขึ้นรถไปเวียงจันทน์
ค่ารถ 80 บาท / คนใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงแล้วแต่ความล่าช้า
ของ ต.ม. ขาออกไทย และ ต.ม. ขาเข้าลาว


เคยไปหลวงพระบางมาแล้วสองครั้ง แล้วแล้วแต่ไปทางเครื่องบินรวดเดียว
คราวนี้อยากจะทำความเข้าใจกับเพื่อนทั้งสองด้วยวิธีการเดินทางแบบใหม่
จึงทดลองไปรถ BUS จากอุดรธานี




สภาพรถที่เห็นเป็นรถลาว ออก 10 โมง ถ้ามาทันรอบ 8 โมงครึ่ง
จะเป็นรถไทย ซึ่งสถาพจะดีกว่า รถคันนี้ fix ที่นั่ง ถ้าไปด้วยกันหลายคน
แนะนำให้บอกที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วว่าจะนั่งด้วยกัน

อ้อ อีกอย่าง ถ้ามีพวกขายตั๋วรถตู้ ดูเถื่อนๆไม่ต้องสนใจ
ไปที่ช่องขายตั๋วรถเวียงจันทน์เลยแต่เค้าจะขายต่อเมื่อใกล้รถออกนะ
หลังจากเวลาที่รถออกไปแล้ว นั้นจะเหมือนช่องขายตั๋วร้างทันที

ให้รอจนกว่ารถใกล้ๆออก เค้าจะขายตั๋วกันอีกครั้งนึง






ผ่าน ต.ม. ไทย ไปแล้ว กำลังจะลิ่วเข้าเมืองลาว ข้างๆเป็นแม่น้ำโขง




กว่าจะมาถึงท่ารถที่เวียงจันทน์ก็ปาเข้าไปเกือบบ่าย
ใกล้เวลารถ BUS ท้องถิ่นจะออกพอดี

และไม่ต้องห่วงเลย เมื่อลงรถจะมีคนแห่กันมาต้อนรับ
เพื่อถามเราว่าจะไปไหน "วังเวียงบ่? น้ำงึมบ่? หลวงพระบาง บ่?"
จิกทึ้งนักท่องเที่ยว เหมือนท่ารถบ้านเราไม่มีผิด.......

ถ้าเราเป็นนักเดินทางที่ลุยจริง วางแผนดี ยังหนุ่มอยู่
เราก็จะขึ้นรถ BUS ชาวบ้าน

ที่เห็นหลังป้ายผ้าสีแดงเนี่ยแหละรถ HYUNDAI
มีผ้าดำคลุมหลังคาอยู่ เป็นสัมภาระ ของชาวบ้าน

เรามาช้าไปแล้ว เราต้องยืนไปหรือนั่งปนไปกับเล้าไก่และถุงผักของชาวบ้าน
สนนราคาค่าโยสาร 25,000 กีบ หรือประมาณ 100 บาท
ไปถึงตลาดวังเวียงนอกเมืองเลย ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง
หรือมากกว่า เอาแน่นอนไม่ได้ แต่ที่แน่ๆรอบนี้ต้องยืนไป

รถไปวังเวียงแบบชาวบ้านมีรอบ 7 โมงเช้า 10 โมงครึ่ง
รอบบ่ายครึ่ง และก็เย็นกว่านั้นไม่มีแล้ว



สภาพท่ารถที่บ้านเค้า ก็คล้ายๆกับต่างจังหวัดเล็กๆบ้านเราแหละ
เพียงแต่ถ้าไม่คิดมาก ก็ดูเล็กๆน่ารักดี : )






เราเลือกขึ้นรถตู้กับเอเย่นต์ที่มาเร่ขายตั๋วเรา คือจริงๆค่าตั๋ว ....
(ไม่มีตั๋วนะ เค้าใช้จำหน้าเอา เราก็ต้องเกาะติดเค้าไม่ให้หนีไปไหน
อ่อ ตั๋ว ภาษาลาวเรียกว่า "ปี้") ราคาจริงประมาณ 200 บาท
แต่เค้าจะขาย 300 ก็แล้วแต่เรา ว่าจะต่อได้ราคาเท่าไหร่
ที่ได้มาก็ 250 ก็ถือว่าแพงสำหรับระยะทาง
แต่ถูกสำหรับเวลาที่ไม่นานเท่ารถชาวบ้าน





เอาหล่ะ ขึ้นมาบนรถตู้ ISUZU BUDDY ที่จำได้ว่าเคยขึ้นสมัยเรียน ปอหก....
สภาพซ่อมทำใหม่แล้ว แต่แอร์พ่นออกมาเบาๆตามยถากรรม ฮ้อน...หลาย
สภาพถนน ก็ค่อนข้างตามมีตามเกิด แต่ทางช่วง
เวียงจันทน์ - วังเวียงเป็นทางตรง ไม่เมารถเท่าไหร่
มีโค้งบ้าง ช่วงใกล้ๆวังเวียง ซึ่งไม่ได้หนักใจอะไร
ข้อดีของการนั่งรถตู้คือ จะตะโกนบอกคนขับได้ว่าจะแวะเข้าห้องน้ำข้างทางได้ง่าย
ไม่ยากเท่ารถบัสท้องถิ่น (รถบัสลาว ส่วนมากไม่มีห้องน้ำนะ)

วันนั้นได้เพื่อนร่วมทางเป็นคนไทยเกือบทั้งรถ มีอเมริกันสองคน

17:15 เรามาถึงวังเวียงโดยสวัสดิภาพ เค้าจะมาส่งเราใกล้ๆกับ
สนามบินเก่าที่วังเวียง (เกือบๆนอกเมือง) ซึ่งเดินไปแม่น้ำซองได้ไม่ไกลมาก
ใครมี lonely planet เอาออกมากางเลย จะเห็นว่าเดินไปไม่ไกล
ถนนใช้กระเป๋าลากพอได้อยู่ แต่เราเอาเป้ยักษ์ LOWE ไป

ก็ลองเรียกรถจัมโบ้ (ตุ๊กๆ) ไปที่พัก

เวร!! มันเรียกสองคน 25,000 กีบ

แมร่งไม่รู้หรือว่า

ค่ารถจากเวียงจันทน์มาวังเวียงราคาเท่านั้น
เลยขี้เกียจต่อราคา ในเมื่อแสดงความไม่จริงใจตั้งแต่แรก
ก็ไม่ต้องไปสนใจมัน ได้แต่นึกขำที่กล้าโก่งราคาได้ขนาดนั้น
เดินก็ได้วะ กิโลเดียวเอง แต่ของสิบกว่ากิโล



เราเลือกพักที่ บังกะโลบ้านสวนธรรมชาติ (บ้าน-สวน-ทำ-มะ-ซาด)
เดินจากสนามบินเก่า ตรงมาสุดๆ เจอสามแยกเลี้ยวซ้าย
เดินไปเป็นระยะประมาณ จากสยามดิสฯไปสุดพารากอน แค่นั้นเอง
แต่ของหนัก 17 กิโล เเลยเหมือนไกล (ของหนัก - ขนเอากล้องมาลอง 555++)

ที่นี่มีที่พักหลายแบบให้เลือก จริงๆเค้าก็อยู่ข้างถาวรสุขบังกะโลแหละ
แต่ราคาที่นี่มีตั้งแต่ 100 บาท (ห้องน้ำนอกบ้าน)
เราเลือกแบบ 500 บาท เป็นหลังใหม่กิ๊ก นอนได้ 3 คน
แต่ไปกะน้องสองคน ก็เลยเอาอันนี้ เพราะประตูแข็งแรงดี
บ้านใหม่มาก ห้องน้ำสะอาด 4 ดาว มีพัดลมดูดอากาศ
มีพัดลมผนัง มีแอร์ แต่ถ้าจะเปิดเพื่มอีก 25,000 กีบ
แค่นี้ก็เย็นอยู่แล้วไม่เปิดหรอก





ออกมาสะพานเหล็กก็เย็นแล้ว แสงสุดท้ายเกือบหมดไปแล้ว



หยุดถ่ายรูปริมสะพาน ปล่อยให้ชีวิตไหลไปเรื่อยๆตามจังหวะของแม่น้ำซอง

********************************************************************




ตื่นเช้ามาก็เดินข้ามสะพานตรงเข้าทุ่งนาที่ปีที่แล้วมาถ่ายรูปได้แค่ 3 ชั่วโมง
แล้วก็ต้องกลับหลวงพระบางซะก่อน









ถ้าไ