เวลานึกถึงที่เที่ยวอะไรทั้งที มันก็น่าจะนึกถึงอะไรที่มันอยู่ไกลๆ
ไปยากๆ สุดหล้าฟ้าเขียว
แต่ไหนแต่ไรมา เราไม่คิดอยากจะไปเที่ยวหัวหินเลย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะ
หัวหินมันไปง่ายเกินไป มันเหมือนที่สำหรับเด็กมัธยมที่เพิ่งหัดเที่ยวต่างจังหวัด
มันเหมือนที่ๆคนแก่ๆจะพาครอบครัวมาเที่ยวสุดสัปดาห์
มันดูไม่แหวก ไม่แนว
ก็เลยเว้นวรรคคิดถึงหัวหินมาเนิ่นนาน สักแปดเก้าปีเห็นจะได้
ที่ไม่ได้แวะไปหาหัวหิน
เราใช้หัวหินเป็นทางผ่านเพื่อพาเพื่อนๆลงใต้ไปไกลๆ
เมื่อสองเดือนที่แล้ว ที่ออกจาก Leo Burnett กะว่าจะได้ใช้ชีวิต
แบบแบกเป้ท่องเที่ยวเหมือนวัยมหาลัยซะหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่า
มนุษย์ Agency ยังมีเวลาเที่ยวมากกว่าเราซะอีก
วุ่นสุดๆ ไม่ได้หยุดเลย
ปะเหมาะกับเพื่อนๆก็ว่างกันแค่สองวัน Timing มันก็มาลงล๊อกกะระยะทาง
ประมาณไม่กี่ร้อยกิโลเมตรจาก กทม
ไม่พ้น "หัวหินถิ่นมีหอย"
นั่งเบียดเสียดกันในรถมา 5 ชีวิต มีสัมภาระ และ "สีน้ำ" พร้อมอุปกรณ์ครบครัน
ก้อกะจะไป ชิวๆ วาดสีน้ำ นอนตีพุง ดูทะเล และก็แดกลูกเดียว...........
บังเอิญสัปดาห์นั้นเป็นสัปดาห์ก่อนปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงกาลเวลาที่มนุษย์เงินเดือน
จะไม่ออกไปเที่ยวไหนกัน เพราะตังค์ใกล้หมด เราก็เลยเลือกช่วงนั้น
เพราะฝูงคนคงน้อยลง
ด้วยความที่เบี้ยหอยน้อย เลยพากเพียรพยายยามหาที่พัก "ฟรี" ของบรรดาเพื่อนๆ
ที่มีอันจะกินทั้งหลาย ก็ปรากฏว่าได้คอนโดริมเขาตะเกียบ
ทีแรกนึกฟังก็เฉยๆ เพราะเราไม่ชอบคอนโด เราชอบพื้นดินมากกว่า
ที่จริงอยากกระเดะไปนอนกบาลทมอ แต่นึกอีกที่ว่าไม่เจียมกบาลเลย คืนนึง
หลายพันอยู่ ตังค์ยิ่งไม่มี หลังจากที่กระเดะออกจากงานมา......
มาถึงคอนโด กดลิฟต์ขึ้นไป เดินดิ่งไปที่ระเบียง ก็ปรากฎ ว่า แม่งมองได้รอบเลยหว่ะ

นู่น เขาตะเกียบอยู่ตรงแหลมพอดี ฟ้าใสทะเลสวย ลมแรง ที่สำคัญ "พักฟรี"
5555555+

มองไปทางด้านซ้าย มองไปทางตลาดหัวหิน..........

เรือเหงา แดดใส ทะเลสวย

ว๊าว กบาลทมออยู่ตรงข้างล่างนี้เอง บ้วนน้ำลายปร๊ด!!เดียวก็ถึงแล้ว
มาถึงก็ล่อเข้าไปบ่ายสามแล้ว ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ตกถึงท้อง
ก็เลยไปแวะหาอะไรกิน พอดีอยากชิว ก็เลยอยากจะหาที่กินใกล้ๆ
ตีนเขาตะเกียบ จะได้ชื่อว่าเอาตีนมาเหยียบเขาตะเกียบแล้ว
วกไป วกมา ซอกแซกไป ซอกแซกมา ก็ได้แวะมาเจอะเจอร้านๆนึง
อยู่ตรงตีนเขาพอดี ร้านนี้มีนามว่า "ป้าน้อย"
เข้าร้านไปก็มีบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเป็น Prop ดูบาปกรรมดี
ที่น่าแปลกใจคือร้านนี้มี Display ตู้ปลา ทำจาก TV เก่าๆ ก็ตกแต่ง
แบบเวอร์นาคูล่า สไตล์ (ชาวบ้าน) ดูๆไปก็ฮาดี เพราะมีทีวีหลายรุ่น
บางรุ่นที่บ้านกูยังใช้อยู่เลย.......
ด้วยความหิวก็เลยสั่งมาหลายอย่าง ดังจะชี้แจงได้เป็นหลากเมนูดังนี้
• ส้มตำกุ้งสด
• ต้มยำรวมมิตร
• ข้าวผัดกุ้งจานใหญ่
• ปูผัดผงกะหรี่
ไง ...... นึกตามไปนะ ทะเลลมเย็นๆ วิวดีๆ ชิวๆ ก็น่าจะเจริญอาหารนะ
อืม..... ปรากฎ
• ส้มตำกุ้งสด แถวบ้านกูเรียกตำกุ้งดิบ ท่าทางจะตำหนักมือไปหน่อย กุ้งแลดูตัวอมเขียวๆพิลึกๆ บางตัวถูกตำหนัก ขี้แตกกลางหลัง
• ต้มยำรวมมิตร แบบว่า...มาทะเล ไม่ต้องเน้นก็ได้ รู้สึกจะเอาน้ำทะเลมาต้ม
เค็มอิ๊บอ๋าย
• ข้าวผัดกุ้งจานใหญ่ จานแม่งใหญ่มากเท่ากระด้ง ข้าวให้เป็นยุ้ง แต่กุ้งคงไม่ถึงสิบมั๊ง แล้วบางตัวโดนตะหลิวฟาดแรงไปตอนผัด หางเขียวเชียว.....มีกลิ่นนิดๆ
• ปูผัดผงกะหรี่ ไอ้นี่พอไหวสุด แต่ปูเป็นโรคขาดอาหาร
ที่สำคัญล่อไปเก้าร้อยบาท!!!!
จึงขอเตือนว่า ไอ้ร้านเวรนี่ อย่าได้เข้ามากินอีกเลย............. "ป้าน้่อย" เขาตะเกียบ
ยกเว้นว่าอยากกินอาหารสไตล์ฟิวชั่นแบบเวอร์น่าคูล่าร์(ชาวบ้านๆ)
ถึงบางอ้อว่าทำไมทีวีที่เอามาทำเป็นตู้ปลามันเยอะจัง
คนแดกคงหงุดหงิดถึงขั้นทุ่มทีวีจนจอแตกบ่อยๆ

แมวมันยังมองเลย มันไม่ได้ขอนะ มันมองแล้วคงคิดในใจว่า
"แดกกันเข้าไปได้ยังไงวะ"
กินเสร็จเราก็รีบเผ่นออกนอกร้านไปเดินเล่นตากแดดริมหาด แก้เซ็ง

หมาน้อยข้างร้านป้าน้อย
กลับขึ้นคอนโด ลมเย็นๆปะทะหน้า วิวสวยๆ ก็เลยนึกอยากสร้างงานศิลเปรอะขึ้นมา
เลยหยิบจานสีน้ำเพื่อนเก่าขึ้นมา.........

จานนี้ อยู่กันมาตั้งแต่เอนทรานซ์ปี 2538

สร้างงานศิลป์

ฮ่วย.......ให้แค่ D หว่ะ

เพ้นท์กันเสร็จ ก็จับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องสัพเพเหระ โดยมีทะเลเป็นฉากหลัง

มื้อสุดท้ายจึงฝากความชัวร์ไว้กับเจ๊เขียว ว่าถึงจะแพง
แต่ก็อร่อย.....
เราใช้ชีวิตกันที่นั่นอยู่ 26 ชั่วโมง อย่างคุ้มค่า ก็เป็นอันต้องถึงเวลา
กลับบ้านกลับช่อง
ต่อไปนี้ ถ้าไม่นับ "ป้าน้อย"
เราคงเลิก"เว้นวรรคคิดถึงหัวหิน"
ให้เอนท์กันเสร็จให้หมดก่อนเถอะ เราจะไปหัวหิน
edit @ 2005/09/17 03:21:03
edit @ 2006/06/13 12:27:02
ไปยากๆ สุดหล้าฟ้าเขียว
แต่ไหนแต่ไรมา เราไม่คิดอยากจะไปเที่ยวหัวหินเลย ด้วยเหตุผลเพียงเพราะ
หัวหินมันไปง่ายเกินไป มันเหมือนที่สำหรับเด็กมัธยมที่เพิ่งหัดเที่ยวต่างจังหวัด
มันเหมือนที่ๆคนแก่ๆจะพาครอบครัวมาเที่ยวสุดสัปดาห์
มันดูไม่แหวก ไม่แนว
ก็เลยเว้นวรรคคิดถึงหัวหินมาเนิ่นนาน สักแปดเก้าปีเห็นจะได้
ที่ไม่ได้แวะไปหาหัวหิน
เราใช้หัวหินเป็นทางผ่านเพื่อพาเพื่อนๆลงใต้ไปไกลๆ
เมื่อสองเดือนที่แล้ว ที่ออกจาก Leo Burnett กะว่าจะได้ใช้ชีวิต
แบบแบกเป้ท่องเที่ยวเหมือนวัยมหาลัยซะหน่อย แต่กลับกลายเป็นว่า
มนุษย์ Agency ยังมีเวลาเที่ยวมากกว่าเราซะอีก
วุ่นสุดๆ ไม่ได้หยุดเลย
ปะเหมาะกับเพื่อนๆก็ว่างกันแค่สองวัน Timing มันก็มาลงล๊อกกะระยะทาง
ประมาณไม่กี่ร้อยกิโลเมตรจาก กทม
ไม่พ้น "หัวหินถิ่นมีหอย"
นั่งเบียดเสียดกันในรถมา 5 ชีวิต มีสัมภาระ และ "สีน้ำ" พร้อมอุปกรณ์ครบครัน
ก้อกะจะไป ชิวๆ วาดสีน้ำ นอนตีพุง ดูทะเล และก็แดกลูกเดียว...........
บังเอิญสัปดาห์นั้นเป็นสัปดาห์ก่อนปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงกาลเวลาที่มนุษย์เงินเดือน
จะไม่ออกไปเที่ยวไหนกัน เพราะตังค์ใกล้หมด เราก็เลยเลือกช่วงนั้น
เพราะฝูงคนคงน้อยลง
ด้วยความที่เบี้ยหอยน้อย เลยพากเพียรพยายยามหาที่พัก "ฟรี" ของบรรดาเพื่อนๆ
ที่มีอันจะกินทั้งหลาย ก็ปรากฏว่าได้คอนโดริมเขาตะเกียบ
ทีแรกนึกฟังก็เฉยๆ เพราะเราไม่ชอบคอนโด เราชอบพื้นดินมากกว่า
ที่จริงอยากกระเดะไปนอนกบาลทมอ แต่นึกอีกที่ว่าไม่เจียมกบาลเลย คืนนึง
หลายพันอยู่ ตังค์ยิ่งไม่มี หลังจากที่กระเดะออกจากงานมา......
มาถึงคอนโด กดลิฟต์ขึ้นไป เดินดิ่งไปที่ระเบียง ก็ปรากฎ ว่า แม่งมองได้รอบเลยหว่ะ

นู่น เขาตะเกียบอยู่ตรงแหลมพอดี ฟ้าใสทะเลสวย ลมแรง ที่สำคัญ "พักฟรี"
5555555+

มองไปทางด้านซ้าย มองไปทางตลาดหัวหิน..........

เรือเหงา แดดใส ทะเลสวย

ว๊าว กบาลทมออยู่ตรงข้างล่างนี้เอง บ้วนน้ำลายปร๊ด!!เดียวก็ถึงแล้ว
มาถึงก็ล่อเข้าไปบ่ายสามแล้ว ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ตกถึงท้อง
ก็เลยไปแวะหาอะไรกิน พอดีอยากชิว ก็เลยอยากจะหาที่กินใกล้ๆ
ตีนเขาตะเกียบ จะได้ชื่อว่าเอาตีนมาเหยียบเขาตะเกียบแล้ว
วกไป วกมา ซอกแซกไป ซอกแซกมา ก็ได้แวะมาเจอะเจอร้านๆนึง
อยู่ตรงตีนเขาพอดี ร้านนี้มีนามว่า "ป้าน้อย"
เข้าร้านไปก็มีบ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเป็น Prop ดูบาปกรรมดี
ที่น่าแปลกใจคือร้านนี้มี Display ตู้ปลา ทำจาก TV เก่าๆ ก็ตกแต่ง
แบบเวอร์นาคูล่า สไตล์ (ชาวบ้าน) ดูๆไปก็ฮาดี เพราะมีทีวีหลายรุ่น
บางรุ่นที่บ้านกูยังใช้อยู่เลย.......
ด้วยความหิวก็เลยสั่งมาหลายอย่าง ดังจะชี้แจงได้เป็นหลากเมนูดังนี้
• ส้มตำกุ้งสด
• ต้มยำรวมมิตร
• ข้าวผัดกุ้งจานใหญ่
• ปูผัดผงกะหรี่
ไง ...... นึกตามไปนะ ทะเลลมเย็นๆ วิวดีๆ ชิวๆ ก็น่าจะเจริญอาหารนะ
อืม..... ปรากฎ
• ส้มตำกุ้งสด แถวบ้านกูเรียกตำกุ้งดิบ ท่าทางจะตำหนักมือไปหน่อย กุ้งแลดูตัวอมเขียวๆพิลึกๆ บางตัวถูกตำหนัก ขี้แตกกลางหลัง
• ต้มยำรวมมิตร แบบว่า...มาทะเล ไม่ต้องเน้นก็ได้ รู้สึกจะเอาน้ำทะเลมาต้ม
เค็มอิ๊บอ๋าย
• ข้าวผัดกุ้งจานใหญ่ จานแม่งใหญ่มากเท่ากระด้ง ข้าวให้เป็นยุ้ง แต่กุ้งคงไม่ถึงสิบมั๊ง แล้วบางตัวโดนตะหลิวฟาดแรงไปตอนผัด หางเขียวเชียว.....มีกลิ่นนิดๆ
• ปูผัดผงกะหรี่ ไอ้นี่พอไหวสุด แต่ปูเป็นโรคขาดอาหาร
ที่สำคัญล่อไปเก้าร้อยบาท!!!!
จึงขอเตือนว่า ไอ้ร้านเวรนี่ อย่าได้เข้ามากินอีกเลย............. "ป้าน้่อย" เขาตะเกียบ
ยกเว้นว่าอยากกินอาหารสไตล์ฟิวชั่นแบบเวอร์น่าคูล่าร์(ชาวบ้านๆ)
ถึงบางอ้อว่าทำไมทีวีที่เอามาทำเป็นตู้ปลามันเยอะจัง
คนแดกคงหงุดหงิดถึงขั้นทุ่มทีวีจนจอแตกบ่อยๆ

แมวมันยังมองเลย มันไม่ได้ขอนะ มันมองแล้วคงคิดในใจว่า
"แดกกันเข้าไปได้ยังไงวะ"
กินเสร็จเราก็รีบเผ่นออกนอกร้านไปเดินเล่นตากแดดริมหาด แก้เซ็ง

หมาน้อยข้างร้านป้าน้อย
กลับขึ้นคอนโด ลมเย็นๆปะทะหน้า วิวสวยๆ ก็เลยนึกอยากสร้างงานศิลเปรอะขึ้นมา
เลยหยิบจานสีน้ำเพื่อนเก่าขึ้นมา.........

จานนี้ อยู่กันมาตั้งแต่เอนทรานซ์ปี 2538

สร้างงานศิลป์

ฮ่วย.......ให้แค่ D หว่ะ

เพ้นท์กันเสร็จ ก็จับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องสัพเพเหระ โดยมีทะเลเป็นฉากหลัง

มื้อสุดท้ายจึงฝากความชัวร์ไว้กับเจ๊เขียว ว่าถึงจะแพง
แต่ก็อร่อย.....
เราใช้ชีวิตกันที่นั่นอยู่ 26 ชั่วโมง อย่างคุ้มค่า ก็เป็นอันต้องถึงเวลา
กลับบ้านกลับช่อง
ต่อไปนี้ ถ้าไม่นับ "ป้าน้อย"
เราคงเลิก"เว้นวรรคคิดถึงหัวหิน"
ให้เอนท์กันเสร็จให้หมดก่อนเถอะ เราจะไปหัวหิน
edit @ 2005/09/17 03:21:03
edit @ 2006/06/13 12:27:02