2005/Nov/11

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

เป็นคณะที่เรียนสนุก กิจกรรมเยอะ ทำงานอยู่กับสิ่งสวยงาม แต่จะมีใครรู้แท้ๆว่า จริงๆแล้วเค้าเรียนอะไร และออกมาประกอบวิชาชีพอะไรกัน
ในที่นี้ พี่ขอยกเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มีคนอยากเข้าและเลือกมาก (ตามข้อมูลทางสถิติ) เท่านั้นนะครับ

A จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
B มหาวิทยาลัยศิลปากร
C สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
D สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (International Program)
E มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
F มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
G มหาวิทยาลัยขอนแก่น
H มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
I มหาวิทยาลัยรังสิต

=================================================

โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีสาขาวิชาต่างๆดังนี้ (ดูตามรหัส A B C ข้างต้น)

สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม [A C D]
สาขาวิชาสถาปัตยกรรม [A B C D E F G H]
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย [A B G]
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน [A C E D]
สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม [A F]
สาขาวิชาการวางผังภาคและเมือง [A E]

=================================================

วิชาที่ต้องเตรียมตัวเและใช้สอบ

ทั้งหมด ใช้ระบบสอบ Admission โดยสอบ
O NET ทุกวิชา และสอบ A NET คือ ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ ค่าน้ำหนัก 30%
ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมตัวเป็นอย่างน้อย 1.5 ปีสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน

คำถามที่ว่าสายศิลป์คำนวณ ศิลป์ภาษา สามารถเข้าเรียนสถาปัตย์ได้หรือไม่
ถ้าดูตามลักษณะวิชาสอบก็อาจจะบอกว่าสามารถเรียนได้
แต่หลายๆมหาวิทยาลัยพยายยามไม่ให้เด็กสายศิลป์ภาษาเรียน
เพราะมีวิชาคำนวณอยู่ด้วยค่อนข้างมาก ทำให้เกิดปัญหาภายหลังตามมา
หากเป็นสายศิลป์คำนวณก็อาจจะเรียนได้ แต่เอาเป็นว่า ระบบการรับ
เด็กสายศิลป์เรียนสถาปัตย์ยังเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน ดังนั้นอะไรที่ไม่แน่นอน 100% พี่
จะไม่แนะนำดีกว่า

แต่มีบางมหาวิทยาลัยรับศิลป์คำนวณ(ศิลป์คำนวณเท่านั้น)เรียน ID และ Interior เช่น
บางมด(KMUTT international) และธรรมศาสตร์เป็นต้น

=================================================

สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม, ศิลปอุตสาหกรรม [A C D]
มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Industrial Design หรือการออกแบบอุตสาหกรรม
เป็นสาขาวิชายอดฮิตของเด็กสมัยนี้ แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีที่แล้วจะไม่ฮิต
เท่าตอนนี้

ความฮิตของ ID นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ฟองสบู่เศรษฐกิจแตกเมื่อปี 2536-2538
ทำให้บรรดาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ต้องปิดตัวเองไปตามๆกัน ทีนี้ก็เลยทำให้ภาควิชาสถาปัตย์ต้องสั่นคลอน เพราะงานแขนงสถาปัตยกรรม
ต้องผูกกับระบบเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ส่วนภาควิชา ID นั้นรียนค่อนข้าง
หลากหลาย ทำให้พลิกแพลงๆผทำอย่างอื่นได้มากมาย ทำให้รอดพ้นจากวิกฤตนั้นมา
ซึ่งผลพวงตอนนั้นได้ส่งถึงสาขาโยธาในคณะวิศวกรรมด้วย
ปัจจุบันเป็นสาขาวิชาที่คะแนนสูงที่สุด

และเป็นสาขาเดียวในคณะสถาปัตยกรรมที่มีฐานะเป็น "นักออกแบบ" มิใช่ "สถาปนิก"

ในภาควิชา ID ก็จะมีสาขาย่อยๆแตกต่างกันออกไปตามแต่มหาวิทยาลัย
ซึ่งก็จะพอแยกออกเป็นวิชาย่อยๆได้ดังนี้ (ต้องเรียนหมด)
• การออกแบบผลิตภัณฑ์
• การออกแบบเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งภายใน
• การออกแบบเครื่องปั้นดินเผา
• การออกแบบลายผ้า
• การออกแบบกราฟฟิค
โดยสาขาย่อยๆที่กล่าวมาจะต้องเรียนให้ครบทุกสาขาแล้วค่อยเลือกทำวิทยานิพนธ์ในสาขาที่ตนเองสนใจในตอน ปี 5

เป็นสาขาที่เรียนค่อนข้างหนัก และมีวิชาปฏิบัติมาก ดังนั้นน้องๆจึงควรทำความรู้จักในสาขานี้ให้ดีเสียก่อน
แล้วจึงค่อยเลือก เพราะต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า สาขานี้ เซนต์แบบไม่ได้ เพราะไม่ใช่
สถาปนิก และสาขานี้ก็มีความคล้ายคลึงกับสาขาทางสายศิลปกรรมและมัณฑนศิลป์ ซึ่งจะใช้เวลาเรียนน้อยกว่า 1 ปีและมีฐานเงินเดือนใกล้เคียงกัน

คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานิเทศศิลป์ ทุกมหาวิทยาลัย ก็คือวิชา Graphic ใน ID
คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ สาขา เรขศิลป์ แฟชั่น นิทรรศการศิลป์ เซรามิกส์ ก็ค่อนข้างคล้ายกันมาก ในสายงาน
คณะมัณฑนศิลป์ ศิลปากร ทุกสาขา คล้ายสาขา นิเทศศิลป์ ออกแบบภายใน
ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบเซรามิกส์

โอกาสในการประกอบวิชาชีพ
• Furniture Designer
• Interior Designer
• Exhibition&Event&Stage Designer
• Graphic Designer
• Animator
• Art Director
• Textile Designer
• Ceramics Designer
• Product Designer

ใครชอบที่จะเรียนหลายๆอย่างสนุกๆ รู้กว้างๆ มีโอกาสที่จะประกอบอาชีพหลายอย่าง และมีเป้าหมายที่จะศึกษาต่อ
ระดับปริญญาโทในสาขาที่ตนชอบในภายหลัง สาขาวิชานี้ก็เป็นคำตอบแรกๆครับ

=================================================
สาขาวิชาสถาปัตยกรรม [A B C D E F G H]

เป็นภาควิชาแรกที่เปิดขึ้นมาของคณะสถาปัตยกรรมในทุกๆมหาวิทยาลัย การศึกษาจะเน้นทางด้านสถาปัตยกรรมในเขตร้อน
เน้นการออกแบบอาคารตั้งแต่บ้านพักอาศัยจนกระทั้งถึงหมู่ตึกสูงขนาดใหญ่
การเรียนจะเน้นการออกแบบสถาปัตยกรรม การเขียนแบบ และวิชาโครงสร้าง อีกทั้งยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ของประเทศไทยและวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงพฤษติกรรมของผู้ใช้อาคาร เรียกได้ว่าไม่เพียงแต่ที่จะต้องรู้จัก
ความสวยงามทางการออกแบบแล้วยังต้องรู้ถึงสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้ใช้อาคารนั้นๆด้วย

ดังนั้นใครคิดจะเรียนก็ควรมีใจรักในงานสถาปัตยกรรม และมีหัวทางด้านคำนวนบ้าง(เล็กน้อย)
และชอบเขียนแบบ อยู่กับแบบได้ สามรถคุมงานก่อสร้างได้

และสาขานี้เป็นสาขาเดียวที่มีสิทธิ์สอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพสถาปนิก

สำหรับโอกาสในการประกอบวิชาชีพโดยตรงก็คือ จบมาประกอบวิชาชีพสถาปนิก อยู่ตามบริษัทสถาปนิกต่างๆ
แต่ก็เป็นวิชาชีพที่ค่อนข้างผูกกับระบบเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก
ดังนั้นจะสังเกตว่า เมื่อเศรษฐกิจตกเมื่อใด ชาวสถาปนิกก็หันไปประกอบวิชาชีพอื่นได้โดยไม่ตกงาน

ส่วนที่เห็นว่าสายสถาปัตย์ จบมาแล้วสามารถไปประกอบอาชีพต่างๆได้นั้นเป็นเพราะว่าสายสถาปัตย์หรือศิลปกรรม
มีการเรียนการสอนที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกันคือสอนให้รู้จักวิธีใช้ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับความงามทางศิลปะ
จึงทำให้คนที่เรียนมาทางด้านนี้สามารถออกไปทำได้หลายอาชีพ

หรือเมื่อจบการศึกษาแล้วทำงานสัก 2 ปีก็สามารถไปเรียนต่อระดับปริญญาโทในสาขาที่ตนเองสนใจจริงๆก็ได้

=================================================
สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน [A C E D]

หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Interior Design มีคนถามกันมากกว่าแตกต่างจากคณะมัณฑนศิลป์ สาขาออกแบบภายในที่ศิลปากร
อย่างไร โดยข้อเท็จจริง แต่ละมหาวิทยาลัยก็มีวิชาเรียนปลีกย่อยที่แตกต่า่งกันไป ทั้งนี้จุดหลักๆที่ มัณฑนศิลป์ แตกต่างจาก
สถาปัตยกรรมก็จะอธิบายดังนี้
ประเด็นเรื่องรากคำศัพท์และชื่อคณะ
มัณฑณศิลป์ Decorative Arts มีความหมายตามพจนานุกรมว่า ศิลปะที่ว่าด้วยการออกแบบตกแต่ง คือจะเน้นรายละเอียดในการตกแต่งมากกว่า เช่นรายละเอียดของโต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ มัณฑนศิลป์จะเน้นตรงจุดนี้ ไม่ได้เน้นวิชาโครงวสร้างมากนักเท่ากับสาขาสถาปัตยกรรมภายในซึ่งเรียนมากกว่า (มัณฑนศิลป์ ใช้เวลาศึกษา 4 ปี ส่วนสถาปัตย์ใช้เวลาศึกษา 5 ปี)
ทั้งนี้โอกาสในการประกอบอาชีพจะค่อนข้างเหมือนกันทุกประการ แต่สถาปัตย์จะสามารถเซนต์แบบก่อสร้างบ้าน ได้ไม่เกิน 4
ชั้น ส่วนมัณฑนศิลป์ไม่สามารถทำได้

ส่วนเนื้อหาการเรียนก็จะเน้นวิชาโครงสร้าง พฤ