2006/Jan/24

ออกจาก Leo Burnett ได้เกือบสี่เดือน ก็มาลุยติวน้องๆ

ต่อมา เกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากตะลุยโจทย์ให้บรรดาน้องติวกิตติมศักดิ์
จนบางคนสอบติดกันไปเรียบร้อยแล้ว เรายังไม่ได้ไปเที่ยวพักสมองที่ไหนเลย

หน่ำซ้ำยังต้องมาคุมตกแต่งที่สตูดิโอราชเทวีกันอีก

ความอดทนอดเที่ยวก็มาถึงขีดสุด
เมื่อทริปที่ได้ตกลงกันไว้มีอันล่ม
ก็ทีแรกกะจะไปพะงัน

แต่พายุเสือกเข้า............แล้วเลือกวันเข้าได้น่ารักมาก
เลือกเข้าวันที่ตูเลือกที่จะเดินทางไปพอดี !!

ทีนี้ก็มืดแปดด้าน.....ทำไงดีวะกู

ด้วยอารามอยากเที่ยว
ก็ยกหูหาเพื่ีอนทันที

ห่า....ไปไหนดีวะ

โจทย์ของการเที่ยวครั้งนี้คือ

ไปง่ายใกล้ กรุงเทพ
ของแดกเยอะ ราคาถูก
สนุก บรรยากาศชิว
ตื่นสายได้

ก็หลับหูหลับตามาลงตัวกันที่อัมพวานี่แหละ
เหตุที่มาลงกันที่นี่ก็เพราะ
พี่แจ๊ค รุ่นพี่ครุ จุฬาฯ ไกด์นำเที่ยวทั่วโลก
โม้มาเป็นอย่างดีว่าที่นี่โอเคมากๆ

ตกลงก็เลยโดดสอนกันดื้อๆ ทิ้งภาระให้น้องแตงกวาสอนคนเดียว

ก็นัดกันที่สตูดิโอราชเทวี แล้วก็ค่อยจับแทกซี่ไปลงพระรามสอง
ชาวคณะในวันนั้นก็มี
น้ำมนต์เจ้าของรถคันเล็กๆ (แลนด์โรเวอร์รุ่นบรรทุกควาย)
พี่แจ๊ค / ไอ้เหี้ยกุ๊กไก่ / คุณเอ๊ะ / คุณกะทิ และกระผม
รวมหกคน
แต่น้ำหนักรวมเหมือน 1 ทีมฟุตบอล

เรานัดกันที่ปั๊มเจ๊ท พระรามสอง
เพื่อรอรถบรรทุกควายมารับ
นั่งรอกันเกือบชั่วโมงจนแดก A&W กันไปเกือบหมดร้าน
รถยักษ์ก็มาพอดี

พวกเรานั่งกันพอก้นเหงื่อออก
ประมาณ 40 นาทีเราก็มาถึงอัมพวา

พี่แจ๊คชวนให้เข้าไปเที่ยววัดกันก่อน
แต่ตามประสาคนบาป ที่เข้าวัดทีไรก็ร้อน
ก็เลยอยู่ได้อย่างมากแค่ 15 นาที
ก็เผ่นออกมาหาของกิน




ที่เห็นก็คือ ปากน้ำ อัมพวา .... เห็นแล้วหายเหนื่อย
ลักษณะตลาดน้ำที่นี่คือ
ไม่ใช่ตลาดจัดตั้งแบบดำเนินสะดวก ที่ต้องใส่งอบ FAKE โคตรๆ ไม่ใช่ตลาดน้ำที่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ มาหาน้ำเต้าหู้กิน

แต่มันเป็นตลาดบ่าย ที่เหมาะแก่คนขี้เกียจ
เหมาะแก่ประชนชาวศิลปะอย่างเราที่ชอบตื่นสายเป็นนิจเป็นสิน



เห็นบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ปากคลอง น่าเช่าทำสตูดิโอมากๆ
โคตรอยากจะมาเปิดติวที่นี่เลย แต่ว่า ใครจะมาเรียนวะ




นี่ก็อีกมุมหนึ่งของตลาดน้ำที่จอแจ ในรูปก็เป็นบรรดา
เรือหางยาวเสียงดังแสบแก้วหูที่เค้าจะพาคนไปดูหิ่งห้อย

พูดถึงหิ่งห้อยนี่คนสมุทรสาครจะเรียกว่า "ทิ้งถ่วง" และ
ที่เราเห็นวาบๆนั่นมันก็จะทำต่อเมื่อมันจะผสมพันธุ์

เอ....ทีนี้ก็มีคำถามว่า
เราควรจะไปดูมันกันเยอะขนาดนี้หรือเปล่า
เพราะถ้าปล่อยให้คนแห่ไปดูโดยปราศจากการให้ความรู้แบบนี้
เชื่อว่า อีกหน่อยเละแน่ๆ เพราะเท่าที่เห็น มีพวกปัญญาอ่อน
เอากล้องยิ่งแฟลชถ่ายตัวหิ่งห้อยมา ซึ่งการยิงแฟลช
เป็นการรบกวนหิ่งห้อยเป็นอย่างมาก

หวังว่าคงไม่เมาเอาขวดเบียร์ขว้างใส่มันละกัน
เห็นพวกเมาๆกึ่มๆก็เยอะ

เอาเหอะ เครียด มาว่ากันเรื่องกินต่อ.....



ไอ้นี่แหละแจ๋ว
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำรสจัดจ้าน สิบบาท
ลูกชุบ 1 บาท
ปูจ๋า 1 บาท
กุ้งทอด 10 บาท
สารพัดยำ 15 บาท
หมูเต๊ะเนื้อนุ่มไม้ละสอง
และสารพัดของกินสิบบาทยี่สิบบาท


เห็นแล้ว อดไม่ได้



ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ
อืม..................ลืมเล่า
ถ้ามาอัมพวาแล้วต้องโดนน้ำมะพร้าวลุงหนวด
ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะ ใครอยากรู้ว่าทำไมต้องกิน
ลองมาที่อัมพวา
ลุงหนวดแกมีลีลาที่ทำให้อดยิ้มไม่ได้จนเราต้องเสียตังค์ให้แก



ที่เรามาที่นี่ก็เพื่อมาหา "ที่อยู่ของจิตใจ" เนี่ยแหละ
ร้านชื่อแปลกๆ ดูธรรมธรรมโมนี้ ก็เป็นของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน

พี่ไกรและพี่ญา เป็นเจ้าของร้าน
ในร้านก็จะขายแต่รูปที่พี่แกถ่ายมาทั่วประเทศไทย
รูปที่ถ่ายมา เต็มไปด้วยอารมณ์น่ารัก
ทุกรูปมีเรื่องราว
และทีเด็ดของรูปอยู่ที่การตั้งชื่อที่ทำให้ใบหน้าของเราเปื้อนยิ้ม

พี่ไกร จบคณะจิตรกรรม ศิลปากร
ออกมาเป็นศิลปินอิสระถ่ายภาพนานหลายปีแล้ว
เริ่มด้วยการถ่ายภาพคนแบบสตูดิโอก่อน แล้วค่อยมาถ่ายภาพ
สัตว์และภาพแนวธรรมชาติ ภาพของพี่ไกรทำให้เรานึกถึง
สัตว์เลี้ยงที่น่ารักของเราตอนเด็กๆ
นึกถึงสถานที่ต่างๆที่เราได้ไปเที่ยวมา
นึกถึงอะไรหลายๆอย่างที่จะทำให้เราได้ยิ้มและสบายใจ

เราได้นั่งที่ร้านพี่ไกรเพียงชั่วระยะหนึ่ง
แต่กลับรู้สึกดีอย่างประหลาด
เพราะร้านพี่เค้าไม่ใช่ร้านขายรูปธรรมดา
เวลาที่เรานั่งอยู่เราจะได้เห็นอากับกริยาของคนที่มาดูรูป

เด็กๆหลายคนเห็นรูปหมาแมวแล้วยิ้ม หัวเราะ มีความสุข
ผู้ใหญ่บางคนเลือกภาพไปยิ้มทีที่มุมปาก
บางคนสะพายกล้องราคาแพงมายืนดูหน้านิ่วคิ้วขมวด ว่าไอ้ห่านี่มันถ่ายยังไงวะ
อาซ้อบางคนก็มีต่อราคารูปถ่ายอย่างกะซื้อผักในตลาด

ก็ได้เห็นคนหลายๆอารมณ์ดี

ไว้ถ้ามีโอกาส ว่างๆจะพาพวกเด็กติวรุ่นล่าสุด มาเรียนภาพถ่ายกันที่นี่
มาดู Composition ของพี่ไกรกันหน่อย เผื่อจะได้ให้พี่ไกรช่วยสอนบ้าง

เราได้แวะจอดกันที่ร้านพี่ไกรเกือบชั่วโมง
เสียตังค์สังเวยให้ความสวยของรูปภาพไปก็เยอะ



อันนี้ไม่ใช่คนขาย แต่เป็น "ผู้คุมกระเป๋าตังค์เรา"



หน้าร้านพี่ไกร ก็จะมีใบเสี่ยงทายตามวันเกิด เป็นที่เฮฮาของ
บรรดาเด็กๆและสาวแก่ในกลุ่มเรา



นี่ก็เดินสำรวจของกิน หลังจากที่กินๆๆๆๆๆๆมาก็เยอะแล้ว



สุดปลายของร้านค้าก็จะเป็นร้านกาแฟโบราณ และร้านนวดเท้า
บรรยากาศ"โดน"มากๆ
แต่ขอเตือน กาแฟหวาน ต้องบอกเค้าให้เบรคความหวาน เพราะเค้าจะชงแบบโบราณที่ใส่นมข้นเยอะ
ใครไม่ชอบหวาน กรุณาเบรค
จะได้ไม่ต้องเอากาแฟในแก้วไปสังเวยน้ำคลอง



หลังจากที่เราดินกันจนพุงกางแล้ว เราก็มาแวะจอด
กันที่ร้านพี่ไกรอีกครั้ง เพื่อเตรียมร่ำลา

บรรยากาศยิ่งเย็นยิ่งคึกคัก อย่างที่บอกไปแหละ ยิ่งเย็น
คนยิ่งอยากมาดูหิ่งห้อย



เท่าที่ได้ลองมา + คำบอกเล่าของพี่ไกร ก็สรุปว่า
แถวนี้มีของกินน่าลองก็คือ
- ข้าวแกงคุณแจ๊ด
ข้าวแกงของคุณแจ๊ด เป็นข้าวแกงร้อนๆ ที่อยู่ในหม้อดิน
หน้าตาบ้านๆ แต่รสชาติ อร่อยทีเดียว มีให้เลือกหลายอย่าง

- หมูสะเต๊ะ ก็ราคาน่ารัก ไม่้ใหญ่พอสมควร รสชาติดีเพราะ
เป็นหมูหมักเนื้อนุ่ม

- ทอดมันหัวปลี ใครจะนึกว่าหัวปลีฝาดๆที่กินกะผัดไทย เอามาทำ
ทอดมันได้อร่อย ที่นี่ก็มีขายอยู่เจ้าเดียว ข้างๆร้านพี่ไกร

- หอยเชลล์เผา อันนี้ต้องเดินข้ามคลองไปนิดนึง อยู่หน้าสถานี
ตำรวจพอดี หอยเชลล์สด เผาร้อนๆ กินกับน้ำจิ้มเผ็ดจี๊ด....

เมื่อกินกันเต็มที่ ก็ต้องมีน้ำมาช่วยให้คล่องคอ
ขอแนะนำน้ำลูกสำรอง ใครอยากรู้ก็ต้องลองเอง
น้ำลูกสำรองหอมหวาน มีกลิ่นน้ำมะตูม ดูดแล้วชื่นใจ
เพราะลักษณะของลูกสำรองจะมีเส้นใยคล้ายวุ้น
ซึ่งเค้าก็นำเจ้าลูกสำรองนี่แหละไปทำรังนกปลอม

โอ้......เลิกพูดดีกว่า หิวหว่ะ


นี่ก็เป็นร้านนวดเท้า หลายคนจอดที่นี่เป็นชั่วโมงๆ
เนื่องจากกลิ่นอโรมา ไฟเหลืองๆ ร้านไม้ๆ บรรยากาศสบายๆ
ริมคลอง ทำให้ร้านนี้มีคิวนวดจองยาวเป็นชั่วโมงๆ



ถ่ายรูปให้คนไม่เคยนวดเท้ามาก่อน

===============================

เราก็จบทริปวันนั้นด้วยความอิ่ม
บางคนได้นวดก็ตัวสบาย

ครั้งนี้ไปไม่ได้เที่ยวคลอง
ไม่ได้เที่ยวดูหิ่งห้อย
เนื่องจากคนโคตรเยอะแล้ว อีกใจนึงก็คิดถึงเรื่องการรบกวนธรรมชาติที่มีมากเกินไปแล้ว

แต่วันหน้า จะหาโอกาสไปสักครั้ง
บางทีอาจจะลองไปที่บางคณฑี ที่อยู่ใกล้ๆ ก็จะเข้าท่ากว่า
เพราะเงียบดี เพียงแต่อัตคัตของกิน

ถ้าใครอยากเที่ยวง่ายๆ สบายๆ
ตื่นสายได้ความสุข
ท้องอิ่ม หายเมื่อย หน้าเปื้อนยิ้ม
เงินไม่่หมด

แนะนำ "ที่อยู่ของจิตใจ" ครับ อัมพวา สมุทรสงคราม ใกล้ๆนี่เอง

edit @ 2006/01/24 01:25:10
edit @ 2006/01/24 01:52:42
edit @ 2006/01/24 01:58:52

Comment

Comment:

Tweet


it's the first time to be here.Very happy to come here.
#42 by louis vuitton replica (61.144.133.203) At 2012-01-16 10:22,
ถ่ายรูปสวยสุด สุด

บ้านเราอยู่ "แม่กลอง"

ยังไม่คิดว่าจะสวยได้ขนาดนี้เลย
#41 by ของขวัญ At 2009-04-16 07:59,
แหล่มมากคับ
#40 by (125.27.67.234) At 2008-10-10 11:47,
บ้านปันอยู่แถวนั้นยังไม่เคยไปเลยจิง
#39 by MyWay (125.24.39.57) At 2008-08-03 02:16,
สวยจัง โอ้ ธรรมชาติน่าไปมากๆๆ
ถ้ามีโอกาสจะไปเที่ยวนะค๊าบ
ต้องหาพวกไปชมบรรยากาศที่หาได้ยากแบบนี้บ้าง

อยากไปจัง แต่ต้องรออออ ก่อนนะค๊าบ
#38 by ออม (125.25.240.203) At 2008-06-13 11:54,
Hello! Good Site! Thanks you! vdohvsowuakb
#37 by qmrbqxmaeg (217.159.190.94) At 2008-01-28 10:48,
สวยมากขอบอก แต่ต้องรีบ ๆ ไปกันหน่อยนะ ดูเหมือนตอนนี้คนไปกันเยอะมาก แบบว่ากลัวบรรยากาศ บ้าน ๆ จะหายไปเร็วหน่ะ จริง ๆ นะ จะเสียดายมากเลย เราไปมา 3 ครั้งแล้ว ต่างกันครั้งละ ประมาณ 4-6 เดือน แต่ระยะเวลาเพียงเท่านี้ มีร้านรวงใหม่ ๆ ขี้นมาเยอะมาก ล่าสุดที่ไป เริ่มมีฝรั่งไปเที่ยวแล้วด้วย ถ้าอยากเห็นบรรยากาศไทยเดิม ๆ แบบนี้ก็รีบไปกันนะ ก่อนที่ระบบทุนนิยม และชีวิตสมัยใหม่จะเข้าไปมากมาย ถ้ายังไงแล้วก็ขอรบกวนผู้หลักผู้ใหญ่ที่อัมพวาด้วยอย่าให้พวกเคเอฟซี สตาร์บัคส์อะไรเทือกนี้เข้าไปนะ ช่วย ๆ กันหน่อย เพราะ บรรยากาศอย่างนี้หาแทบไม่ได้อีกแล้ว
#36 by เก๋ (125.26.37.252) At 2007-08-24 18:12,
เคยไปมาแล้ว หุหุ บรรบากาศดีเนอะ
#27 by Alexa (222.123.22.246) At 2007-01-30 18:14,
ดีๆชอบๆ ภาพสวยจังอยากถ่ายได้แบบนี้บ้างจัง
#25 by เด็กบางคนที (124.120.240.18) At 2006-09-23 12:08,
เมืองแม่กลอง...ลองมาสัมผัส...ของกินไม่อัตคัต...ไม่ขัดตามศรัทธา...
#16 by Valiant_7 (202.28.35.1 /192.168.209.252) At 2006-09-11 00:59,
ผมเคยสัมภาษณ์ร้านนี้ลงเว็บผมเหมือนกัน พี่ไกรน่ารักมากมาก http://www.maeklongdee.com/auan3.htm ลองอ่านแล้วจะรู้ว่าพี่ไกร คนอย่างงี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยบ่อย
#15 by ก๊อต (61.47.15.133 /20.17.35.31) At 2006-09-09 16:26,
#14 by (61.19.86.167 /192.168.1.201) At 2006-08-31 11:32,
คนอัมพวาค่ะ ภาพที่ได้มาสวยมากสถานที่ได้ใจเลยอ่ะ นี่แหละอัมพวา
#11 by ดาว (202.29.11.252 /10.1.1.5) At 2006-08-29 14:36,
"ที่อยู่ของจิตใจ" ค้นหาเพื่อค้นพบ
#9 by (203.146.192.172 /203.146.192.135) At 2006-08-15 15:48,
พึ่งกลับจากอัพวาเมื่อวาน อยากทำอะไรเป็นการช่วยชาวบ้านแถวนั้นที่ต้องทนกับเสียงเรือชมหิ่งห้อยจัง
ตลาดดีมากๆ อย่างที่เห็ฯกันอยู่แต่การจัดทัวร์ชมหิ่งห้อยนี่สิ
เราจะช่วยอะไรได้บ้างเนอะ
#8 by fuku (58.9.26.179) At 2006-07-31 11:44,
มีแต่รูปสวยๆทั้งนั้นเลย ชอบๆค่ะ
#7 by sorbet* At 2006-04-24 19:00,
ถ่ายภาพสวยมาก ๆ เลยค่ะ
#6 by เด็กสมุทรสงคราม (58.136.74.119) At 2006-04-09 21:12,
Hey i m very surprising to find ur diary cause i saw my Tumwan's friend in one of the picture above, Aey. I've also heard about you from May (Koh Phangang), May told me that ur' re Aey's BF. ANyway can u pls ask Aey to contact me? My email is cuteoh@hotmail.com
#5 by oh+ (203.146.150.233) At 2006-04-03 01:16,
สวยจังเลยค่าพี่ยอดขา ไว้พานู๋ไปบ้างน้า
#4 by kookkai (161.200.137.101) At 2006-02-06 22:50,
เยี่ยมมากพี่ยอด ไว้จะไปบ้าง
#3 by may (58.10.170.220) At 2006-01-31 15:26,

โหย.....เห็นแล้ว น้ำลายยายไหลย้อย

อยากไปมั่งจัง อิอิ
#2 by ann* สศม. (58.9.203.220) At 2006-01-24 20:55,
ภาพโคตรสวยมีชีวิตชีวาเลยค่ะ อยากไปเที่ยวบ้างอ่ะ
#1 by สวัสดี At 2006-01-24 02:34,